วันที่ 11 มกราคม 2554 จำนวนผู้อ่าน 6199 คน
  เทคนิคการวางแผนชีวิตสู่ความสุขและความสำเร็จ

บทนำ
          เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาบรรจบอีกครั้งหนึ่ง ผู้คนก็จะใช้โอกาสนี้ ส่งความปรารถนาดีให้กันและกัน ถ้อยคำที่เอ่ยออกมาทางวาจา หรือเขียนมอบให้แก่กันนั้น ก็คงจะเป็น “ขอให้สิ่งดีๆ เกิดขึ้นในชีวิตคุณ” “ขอให้ชีวิตของคุณมีความสุข” “ขอให้ปีใหม่นี้ชีวิตของคุณประสบความสำเร็จ” สคส.หรือส่งความสุข จึงเป็นการแสดงออกของผู้คนว่า ในชีวิตของแต่ละคน ต่างก็ปรารถนาความสุขด้วยกันทั้งสิ้น

          ต่อคำถามที่ว่า อะไรคือความสุข? จะทำอย่างไรให้ชีวิตมีความสุข? ความสุขในชีวิตคือความสำเร็จใช่หรือไม่? แล้วอะไรที่เรียกว่าความสำเร็จ? เหล่านี้ต่างก็เป็นคำถามที่แต่ละคนต่างก็ต้องการคำตอบทั้งสิ้น อย่างไรก็ตามชีวิตของแต่ละคนก็จะมีลีลาเป็นของตนเองที่แตกต่างกันออกไป ความสุขความสำเร็จที่แต่ละคนต้องการให้เกิดขึ้นกับชีวิตก็จะแตกต่างกันออกไปด้วย ทัศนคติที่มีต่อชีวิตของแต่ละคน ก็จะมีหลายแง่หลายมุมมอง ลองมาพิจารณาถึงทัศนคติที่มีต่อชีวิตของนักเขียน นักคิด นักวิทยาศาสตร์ ที่เป็นที่รู้จัก ต่อไปนี้บ้างเป็นตัวอย่าง

ทัศนคติจากผู้คนโลกตะวันตก
- If A equal success, then the formula is : A = X + Y + Z, Where X is work, Y is play, and Z is keep your mouth shut.
-Albert Einstein-
- Just living is not enough. One must have sunshine, freedom, and a little flower.
-Hans Christian Anderson-
- Life is a succession of lessons which must be lived to be understood.
-Ralph Waldo Emerson-

ทัศนคติจากผู้คนโลกตะวันออก
          - The miracle is not to fly in the air, or to walk on the water, but to walk on the earth.
          - Chinese proverb -
          - If a man in the morning hear the right way, he may die  in the evening without regret. 
          - Confucius -

          จากคำกล่าวทั้งหมดนี้ จะเห็นได้ว่า ในชีวิตของคนเรา จะมีทั้งอุปสรรคขวากหนาม และความสำเร็จ มีทั้งความทุกข์ และความสุขควบคู่กันไป ทำอย่างไรเราจึงจะหลีกเลี่ยง และขจัดอุปสรรคขวากหนาม หรือความทุกข์ให้ออกจากตัวเอง ให้มากที่สุดหรือจนหมด ให้ชีวิตเหลืออยู่แต่ความสุขและความสำเร็จ ฟังดูก็เหมือนจะยาก และแทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะให้เป็นเช่นนั้น แต่หากปฏิบัติและรู้วิธีปฏิบัติได้ความสุขและความสำเร็จก็จะอยู่ไม่ไกลเลย

          ในทางพระพุทธศาสนา ความสุขของคนทั่วๆไป ที่เรียกว่า ผู้ครองเรือน หรือคฤหัสถ์ซึ่งจะมีการดำเนินชีวิตที่แตกต่างไปจาก ผู้ถือบวชหรือบรรพชิตจะมีอยู่ 4 อย่างด้วยกันคือ 
          1. สุขเกิดจากความมีทรัพย์ (เงินทอง สินทรัพย์ ที่ดิน ที่อยู่อาศัย ฯลฯ) คือ ความภูมิใจ อิ่มเอิบใจ ว่าตนมีโภคทรัพย์ที่หามาได้ด้วยน้ำพักน้ำแรง ความขยันหมั่นเพียรของตน และโดยชอบธรรม (Happiness resulting from economic security = อัตติสุข) 
          2. สุขที่เกิดจากการจ่ายทรัพย์ คือ ความภูมิใจ อิ่มเอิบใจ ว่าตนได้ใช้ทรัพย์ที่ได้มาโดยชอบนั้น เลี้ยงชีพ เลี้ยงผู้ควรเลี้ยง และบำเพ็ญประโยชน์ (Enjoyment of wealth = โภคสุข)
          3. สุขเกิดจากความไม่เป็นหนี้ คือ ความภูมิใจ อิ่มเอิบใจ ว่าตนเป็นไท ไม่มีหนี้สินติดค้างใคร (Happiness on account of freedom from debt = อนณสุข)
          4. สุขเกิดจากความประพฤติไม่มีโทษ คือ ความภูมิใจ อิ่มเอิบใจ ว่าตนมีความประพฤติสุจริต ไม่บกพร่องเสียหาย ใครๆก็ติเตียนไม่ได้ ทั้งทางกาย ทางวาจา และทางใจ (Happiness on account of leading a faultless life = อนวัชชสุข) 
          ในบรรดาสุขทั้ง 4 อย่างนี้ อนวัชชสุข มีค่ามากที่สุด


อง.จตุกฺก 21/62/90.
-พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรมพระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต p.p.147)

เทคนิคการวางแผนชีวิตสู่ความสุขและความสำเร็จ
          จากความสุขทั้ง 4 ประเภทที่กล่าวมาแล้วข้างต้น หากผู้ใดก็ตามสามารถที่จะดำเนินชีวิตโดยการแสวงหาและได้มาซึ่งทรัพย์สินอย่างถูกต้อง เพื่อจะนำมาใช้จ่ายอย่างมีประโยชน์ โดยที่ไม่ได้ไปกู้หนี้ยืมสินใครเขามา เป็นที่ยอมรับทั่วไปว่ามีความประพฤติดี ประพฤติชอบ บุคคลนั้นก็จะสามารถได้ชื่อว่า เป็นผู้มีความสุข และประสบความสำเร็จในการดำเนินชีวิตที่แท้จริง

          ในการดำเนินการ หรือกำหนดแนวปฏิบัติเพื่อให้ได้ความสุขที่แท้จริง คือ สุขทั้งกายและสุขทั้งใจ คือใจสงบนั้น ในวันปีใหม่ 2554 ทุกคนจะได้รับฟังพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่พระราชทานแก่ปวงชนชาวไทยเป็นพรปีใหม่ ได้ทรงแนะวิธีสร้างความสุข ความสำเร็จในชีวิตว่า ดังนี้


ส.ค.ส.สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๔ พระราชทานแก่ปวงชนชาวไทย

บทสรุป
          จะเห็นได้ว่า แนวทางการดำเนินชีวิต ให้มีความสุขและความสำเร็จนั้นมีอยู่หลายทางด้วยกัน ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ เราควรจะดำเนินชีวิตชของเราให้มีประโยชน์ อย่าอยู่เพียงเพื่อให้มีชีวิตไปวันๆ แต่จะต้องแสวงหา และสร้างชีวิตให้เจริญงอกงามอยู่ตลอดเวลา ดังคำกล่าวที่ว่า “Don’t go through life, grow through life (Eric Butterworth)” สำหรับเทคนิคการวางแผนชีวิตสู่ความสุขและความสำเร็จอาจสรุปได้ว่า มีอยู่ 8 ประเด็นด้วยกัน ที่อยากจะนำเสนอไว้ ณ ที่นี้ คือ
          1. สร้างความคิดเชิงสร้างสรรค์ (Creative thinking establishment) ซึ่งหมายถึง การสร้างความคิดเชิงบวก ซึ่งเป็นศิลปะในการดำรงชีวิตที่ทำให้ชีวิตผ่านพ้นอุปสรรค และเป็นสิ่งค้ำจุนให้มีชีวิตอยู่ในโลกนี้อย่างเข้มแข็งมากที่สุด การปฏิบัติที่ก่อให้เกิดความคิดเชิงสร้างสรรค์ คือ
                    1.1 ฟังความคิดผู้อื่น (Listen)
                    1.2 สร้างสัปดาห์แห่งความคิด (establish succession of thinking)
                    1.3 ทบทวนความคิด (review thinking)
                    1.4 แบ่งปันความคิดกับผู้อื่น (Share thinking with others)
                    1.5 พัฒนากระบวนการความคิด (develop thinking process)
          ในการสร้างความคิดเชิงสร้างสรรค์ หรือความคิดเชิงบวกนั้น เราจะต้องเหลียวมองรอบๆ ตัว เพราะหาสิ่งดีๆให้เกิดขึ้น เหมือนดังที่กล่าวกับว่า Stop to smell the roses
          2. เคารพตนเอง (Self – esteem) ในการจะบรรลุความสุข และความสำเร็จในชีวิต เราจะต้องมีความเชื่อมั่นในตนเอง ไม่พยายามสร้างปมด้อย เอาความทุกข์มาทักถมตนจนชีวิตมีแต่ความเศร้าหมอง การเคารพตนเองนั้น มีเทคนิคการปฏิบัติง่ายๆ คือ
                    2.1 เชื่อมั่นในความสามารถของตนเอง ว่าสามารถทำได้ในกิจการทั้งปวง 
                    2.2 ให้โอกาสตนเองในการค้นหาความสามารถภายใน ว่าข้อดี ข้อเด่นของเราเองมีอะไรบ้าง ที่จะนำให้เราเป็นที่ยอมรับของสังคม
                    2.3 ตั้งคำถามตนเอง เพื่อค้นหา เป้าหมาย อุปสรรค หนทางสู่ความสำเร็จและกำหนดสูตรสู่ความสำเร็จ ให้ตนเองให้ได้
          ในการสร้างการเคารพตนเองให้เกิดขึ้น ต้องไม่หมกมุ่นอยู่กับความทุกข์ หรืออดีตที่เสียดาย เพราะเป็นสิ่งที่เรียกคืนมาไม่ได้ เราจะต้องอยู่กับปัจจุบัน (Live with present) และจะต้องไม่ปล่อยชีวิตให้จมอยู่ในปลักของความทุกข์ เราอาจจะยึดคำพูดที่ว่า “Some people will die poor because the formula in them in poverty.”
          3. ยึดมั่นในเป้าหมาย (be consistent in propose) ซึ่งจะต้องไม่หมดกำลังใจ ถึงแม้จะผิดหวังท้อถอย แต่ก็จงอย่าท้อแท้ ยอมรับความล้มเหลว อย่างหน้าชื่นตาบาน เราจะต้องไม่มีการคิดถึงคำว่า ไม่ หรือ ไม่ได้ เหมือนอย่างที่กษัตรีย์นโปเลียน โปนาปาร์ต กล่าวไว้ว่า “There is not ‘impossible’ in my dictionary.” คนที่มีความยึดมั่นในเป้าหมายนั้น จะต้องไม่สนใจต่อเสียงรบกวนข้างในตนเอง ที่พะวงอยู่กับคำพูดที่บอกตัวเองว่า ไม่ดีพอ หรือ ดีพอ หรือ เก่งพอ เพราะจะทำให้เกิดหดหู่ ผยอง หรือลำพองได้ แต่จะต้องกำหนดเป้าหมายที่ดี มีประโยชน์ให้ได้ จะต้องยึดคำว่า “ทำได้ ทำสำเร็จ มีเวลาพอ” 
          4. ไม่ย่นย่อต่ออุปสรรคภายนอก (no surrender to external barriers) ถึงแม้จะมีความลำบากเกิดขึ้น ต่อการดำเนินชีวิต แต่เราจะต้องมองหาศักยภาพในตัวให้พบว่าเรามีจุดยืนอะไรบ้าง เพื่อจะได้นำมาสร้างโอกาส ให้กับตัวเราเองที่จะสามารถฝ่าฟันอุปสรรคขวากหนามที่เกิดขึ้นไปให้ได้ วิธีการก็คืออย่าทำการใดๆ โดยไม่คิดสร้างเครือข่าย หรือทีมในการทำงาน ซึ่งจะทำให้ความสำเร็จในการดำเนินชีวิตเกิดได้ง่ายขึ้น และจำนำให้ได้ความสุขจากการมีเครือข่ายอย่างจริงจัง เมื่อมีอุปสรรคเกิดขึ้น เราจะต้องขจัดอุปสรรคที่มองไม่เห็น (breaking the invisible barriers) ออกไปให้ได้ ซึ่งบางครั้งอาจจะต้องใช้เวลามาเป็นเครื่องช่วย
          5. ขจัดการผัดวันประกันพรุ่ง (no procrastination) ซึ่งจะเป็นประเด็นที่ความสำเร็จจะไม่มีวันเกิดขึ้นได้ หากเรายังผัดวันและเลื่อนเวลา และให้อภัยตัวเองโดยหาเหตุมาอธิบาย ที่เป็นการแก้ตัวให้ตนเอง แต่เราควรจะพยายามเริ่มงานด้วยเวลาที่เหมาะสม โดยไม่คอยสถานการณ์ที่สมบูรณ์แบบ และคิดเข้าข้างตัวเองว่าโอกาสมีอยู่เสมอ เราจะต้องนึกตลอดเวลาว่า “He that observes the wind, will never sow” แต่จะต้องลงมือทันที เมื่อโอกาสมาถึง 
          6. สร้างความกระตือรือร้น (Create Stimulation) ให้เกิดขึ้นในตนเองด้วยการศึกษาตลอดเวลา เพื่อให้ได้สามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เป็นการเติมเต็มองค์ความรู้อย่างต่อเนื่อง และจะต้องพยายามสร้างนิสัยใฝ่รู้ใฝ่เรียน (sense of inquiry) ให้เกิดขึ้น มิฉะนั้นจะกลายเป็นคนขึ้เกียจ การจะมีชีวิตอย่างมีความสุขก็เป็นไปได้ยาก คนเกียจคร้านนั้น จะทำการสิ่งใดก็ไร้ผลทั้งสิ้น (If you have been sleeping for ten hours a night, you will never find any results.) 
          7. สร้างการตัดสินใจ (Make decision) ให้เกิดเป็นนิสัยและเกาะติดอยู่กับการตัดสินใจของตนเอง ซึ่งจะเป็นสิ่งที่ทำให้หลบหลีกจากการเป็นคนโลเล ไม่มีแก่นสาร ดังนั้น เมื่อจะลงมือทำสิ่งใดแล้ว ก็ต้องไม่ลังเลในการตัดสินใจ และจะต้องลงมือทำทันที เราจะต้องไม่เปลี่ยนการตัดสินใจบ่อยเกินไป เพราะโอกาสของความสุข และความสำเร็จจะหายไป พร้อมกับการไม่ตัดสินใจของเรา (Opportunity runs away from indecisive people) 
          8. ทำแผนปฏิบัติงาน (make action plan) ไว้ล่วงหน้า โดยมีการออกแบบและกำหนดระยะเวลา ชนิดของกิจกรรม ทางแก้ไขสำหรับปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในรูปของหลายช่องทางของการดำเนินชีวิต และควรจะได้มีการลงมือทำตามแผนที่วางไว้ ซึ่งจะมีกำหนดเวลาของการเสร็จงาน ซึ่งหลังจากดำเนินการแล้ว จะต้องมีการจรวจสอบผลสัมฤทธิ์ของงานว่ามีหรือไม่ มากน้อยเพียงใด ฯลฯ ซึ่งแผนปฏิบัติงานดังกล่าว จะเป็นการพยายามมองหาความสำเร็จของงาน (seek for accomplishment) หากว่าได้สามารถทำแผนปฏิบัติงานให้เกิดขึ้น และมีการบันทึกไว้ เช่น ในแฟ้มสะสมผลงาน (portfolio) เป็นต้น

คำถามขอให้ตอบ: ความสุขในชีวิตของท่านคืออะไร บอกได้ดีมีรางวัลตรงนี้ บอกชื่อและที่อยู่ให้จะได้ส่งรางวัลไปให้ถูกต้อง

บรรณาธิการ : Webmaster
[แสดงความคิดเห็น] [จำนวนความคิดเห็น 0 ข้อความ]
 
 
Online จำนวน : 1 คน
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์
 
สงวนลิขสิทธิ์ © ตามกฎหมาย, พัฒนาโดย สถานบริการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยนเรศวร