วันที่ 27 กันยายน 2552 จำนวนผู้อ่าน 6130 คน
  นเรศวร Top 10 ประเทศไทย

“มหาวิทยาลัยนเรศวรต้องติดอันดับ 1 ใน 10 ของประเทศ ภายในปี พ.ศ.2560” นี่คือวิสัยทัศน์ของอธิการบดีคนปัจจุบันที่ชื่อ ศ.ดร.สุจินต์ จินายน

ความสำเร็จนั้นขึ้นอยู่กับ 3 องค์ประกอบ คือ 1.ผลงานของมหาวิทยาลัยต้องเป็นเลิศ และต้องมี Impact ต่อสังคม และเป็นที่ยอมรับในเวทีระดับโลก 2.บัณฑิตต้องมีคุณภาพเป็นที่ยอมรับของตลาดงานได้รับค่าจ้างและค่าตอบแทนสูง และ 3.ศิษย์เก่านั้นมีบทบาทในการพัฒนามหาวิทยาลัย

ปัจจุบันนเรศวรเป็นศูนย์กลางการศึกษาในภูมิภาคภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางตอนบนของประเทศไทย โดยมีการเรียนการสอนครอบคลุมครบทุกสาขาวิชาทั้ง 3 ด้าน คือ 1.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 2.วิทยาศาสตร์สุขภาพ และ 3.สังคมศาสตร์

ศ.ดร.สุจินต์ กล่าวถึงกลยุทธ์ที่จะพิชิตเป้าหมายเป็นมหาวิทยาลัยติดอันดับ 1 ใน 10 ของประเทศไทย คือการใช้กลไก IQA – Internal Quality Auditซึ่งเป็นระบบการตรวจประเมินระบบคุณภาพภายในขององค์กร

“ระบบการประเมินภายในจะช่วยชี้จุดอ่อนให้เห็นผลประเมินออกมาเป็นอย่างไรติดลบตรงไหนก็แก้ไขปรับปรุงตรงนั้นทำให้เกิดความชัดเจนและจะช่วยขับเคลื่อนให้มหาวิทยาลัยเดินไปข้างหน้าได้อย่างมีคุณภาพตามนโยบายที่กำหนดไว้”

อีกทั้งได้นำกรอบวิสัยทัศน์ 4 ประการของรัฐบาลมาเป็นโจทย์เพื่อกำหนดทิศทางเดินอีกด้วย ได้แก่     1.ภาคอุตสาหกรรมสามารถแข่งขันได้ในระดับโลก 2.เศรษฐกิจชุมชนมีความเข้มแข็ง 3.สังคมไทยเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ 4.คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดี

ศ.ดร.สุจินต์ กล่าวว่าการบริหารสถาบันการศึกษาไม่ควรมองเป็นเรื่องของการแข่งขัน ไม่ควรให้เงินเป็นตัวตั้ง แต่ต้องตั้งเป้าหมายโดยใช้คุณภาพของคนเป็นตัวตั้ง

เพราะถ้าคนไม่เก่งก็ย่อมไม่เกิด Output “การบริหารจัดการของมหาวิทยาลัยที่ดีนับวันจะต้องพึ่งค่าหน่วยกิตให้น้อยที่สุด ขณะที่ต้องสร้างขีดความสามารถด้านบริการวิชาการและให้ความร่วมมือกับภาคเอกชนให้มากที่สุด สถาบันการศึกษาต้องช่วยเหลือสังคม เราจะเลียนแบบอเมริกา ยุโรป ไม่ได้เพราะประชากรเขาเรียนฟรีด้วยซ้ำไป และสถาบันการศึกษาในประเทศดังกล่าวเขาก็มีความสามารถในการหาเงินจากกิจกรรมอื่นๆ ที่ไม่ใช่ค่าหน่วยกิต”

“ต้องพยายามให้อาจารย์ของเราทุกคนพยายามเรียนจนจบระดับปริญญาเอก และเมื่อเขามาทำงานก็ต้องพิสูจน์และแสดงออกถึงความรู้ความสามารถของตัวเองให้สมกับสิ่งได้ร่ำเรียนมา ซึ่งที่สุดความเป็นเลิศต่างๆ จะเกิดตามมา ซึ่งหากถามว่าวิธีความเป็นเลิศเขาวัดกันตรงไหนอย่างไร เขาวัดกันที่คุณภาพของบัณฑิตว่าจบแล้วได้งานที่ดี สามารถสร้างงานได้เอง ก่อให้เกิดรายได้ดี”

อัตลักษณ์ของบัณฑิตที่ผ่านเป้าหลอมของมหาวิทยาลัยนเรศวรนั้น ต้องมี 5 เก่ง ดังนี้

1. เก่งงาน นิสิตสามารถนำเอาความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการประกอบวิชาชีพได้

2. เก่งคน นิสิตรู้จักสื่อสาร (Communicate) กับคนอื่น และร่วมงานกับคนอื่นได้ คบเพื่อน มีสังคม มีมิตรและกัลยามิตร

3. เก่งคิด นิสิต เป็นคนที่มีนิสัยใฝ่เรียนรู้ รู้จักเหตุ รู้จักผล

4. เก่งครองชีวิต นิสิตเข้าใจว่าเมื่อปัญหาเกิดขึ้น ต้องมีทางออกเสมอ

5. เก่งพิชิตปัญหา นิสิตมีทักษะในการแก้ปัญหา

นอกจากนั้นตัวสะท้อนที่ดีในแง่คุณภาพของคนก็คือ งานวิจัย มหาวิทยาลัยนเรศวรมุ่งเน้นงานวิจัยและพัฒนาโดยเฉพาะการวิจัยประยุกต์เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมที่มีรูปแบบที่ซับซ้อนขึ้น อาทิเช่น การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่ออุตสาหกรรมสมัยใหม่ที่ใช้ทุนปัญญามากกว่าทุนแรงงานหรือทุนวัตถุดิบ การวิจัยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและการฟื้นฟู และการอนุรักษ์สภาพแวดล้อม การวิจัยเชิงอุตสาหกรรม การวิจัยและพัฒนาระบบบริการด้านสาธารณสุข

ทั้งนี้จำเป็นต้องสร้างผู้นำในการทำวิจัยดำเนินการในลักษณะหุ้นส่วน หรือการสร้างเครือข่ายกับมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้นำไปสู่ความเป็นสากลได้เร็วขึ้นเพราะพันธกิจที่สำคัญที่สุดของสถาบันการศึกษาก็คือ ต้องทำให้ประชาชนยอมรับและเกิดความศรัทธา

ศ.ดร.สุจินต์ เปรียบเปรยสถาบันการศึกษานั้นเหมือนสุภาพสตรีที่ต้องแต่งหน้าทาปากทุกวัน เพื่อปรับปรุงภาพลักษณ์ให้ดียิ่งขึ้น

วันนี้ต้องดีกว่าเมื่อวานนี้ และจำเป็นอย่างยิ่งที่สุภาพสตรียิ่งสูงวัยก็ยิ่งต้องแต่งเติมมากขึ้น...ผู้หญิงอย่าหยุดสวย

“แน่นอนเราไม่ควรหยุดนิ่ง อย่างเช่น หลักสูตรที่เราเปิดสอนเราต้องพัฒนาทุกวันมหาวิทยาลัยของเรามุ่งเน้นในเชิงบูรณาการหลักสูตรไหนรวมได้ควรรวมกัน เพื่อไม่ให้หลักสูตรมีมากจนเกินไป ซึ่งในขณะที่จะต้องมีอะไรใหม่ๆ เกิดขึ้นตลอดเวลาก็มีข้อแม้ว่าต้องไม่ซ้ำกับสถาบันอื่น”

ขณะที่มหาวิทยาลัยนเรศวรมุ่งเน้นการบริการทางวิชาการในรูปแบบที่หลากหลายขึ้น การให้บริการบางประเภทจำเป็นต้องมุ่งเน้นไปยังแหล่งเงินทุนที่สำคัญของสถาบันการศึกษาด้วย

โดยเฉพาะการให้บริการวิชาการแก่กลุ่มเป้าหมายที่มีกำลังซื้อสูง เช่น ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม รวมทั้งมีการลงทุนและดำเนินการร่วมกับภาคเอกชนในการบริการวิชาการบางประเภท โดยเฉพาะการจัดตั้งหน่วยทดสอบมาตรฐานในสาขาต่างๆ เพื่อให้บริการทั่วไป ฯลฯ

ตลอดจนต้องคำนึงถึงการช่วยเหลือสังคม เพื่อสร้างความเข้มแข็งของชุมชน โดยความพยายามเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กร นั่นก็คือ ต้องปลูกฝังให้บัณฑิตทุกคนมีจิตวิญญาณชุมชน

ข้อมูล :กรุงเทพธุรกิจ BIZ100 ฉบับพิเศษ สิงหาคม 2552

บรรณาธิการ : Webmaster
[แสดงความคิดเห็น] [จำนวนความคิดเห็น 0 ข้อความ]
 
 
Online จำนวน : 1 คน
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์
 
สงวนลิขสิทธิ์ © ตามกฎหมาย, พัฒนาโดย สถานบริการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยนเรศวร