วันที่ 27 กันยายน 2552 จำนวนผู้อ่าน 4330 คน
  อาจารย์มหาวิทยาลัยนเรศวรเปิดสำนักเรียนท่าโพธิ์

     สถาบันสำนักเรียนท่าโพธิ์สำหรับฟิสิกส์ทฤษฎีและจักรวาลวิทยา หรือ TPTP  คือสถาบันที่มุ่งปั้นเยาวชนไทย ให้เป็นนักฟิสิกส์ทฤษฎีที่มีศักยภาพทัดเทียมนานาชาติ ชื่อสถาบันตั้งชื่อตาม “ตำบลท่าโพธิ์” อันเป็นตำแหน่งที่ตั้งของสถาบันซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยนเรศวร (มน.) จังหวัดพิษณุโลก

     สำนักเรียนแห่งนี้มี "หัวหน้าครู" (Headmaster) ชื่อว่า ดร.บุรินทร์ กำจัดภัย อาจารย์ภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เจ้าของรางวัลนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ ประจำปี 2551 จากมูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพระบรมราชูปถัมภ์

     ตำนานของสถาบันแห่งเริ่มขึ้นตั้งแต่ ดร.บุรินทร์ ยังเป็นนักศึกษาฟิสิกส์ชั้นปีที่ 3 ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อเขาและเพื่อนๆ อีก 4-5 คนจากหลายคณะ รวมตัวเป็นกลุ่ม "Free Energy" เพื่อต่อต้านระบบรับน้องแบบกดขี่ และภายในกลุ่มยังได้ตั้ง "ฟอรัมฟิสิกส์ทฤษฎีระดับนักศึกษา" (Student Forum for Theoretical Physics: SFTP) ขึ้น เพื่อร่วมกันศึกษาฟิสิกส์ทฤษฎีตามความต้องการของกลุ่ม โดยจัดสัมมนากันเองขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากขณะนั้นการศึกษาในระบบเน้นฟิสิกส์เชิงทดลองมากกว่า สมาชิกภายในกลุ่มมีทั้งนักศึกษาวิศวกรรม ฟิสิกส์ และศึกษาศาสตร์

     เมื่อแต่ละคนเรียนจบก็แยกย้ายกันไป โดย ดร.บุรินทร์ได้งานเป็นอาจารย์สอนฟิสิกส์ที่มหาวิทยาลัยนเรศวร ในปี 2539 แล้วตั้ง "กลุ่มฟิสิกส์ทฤษฎีท่าโพธิ์" (The Tah Poe Group of Theoretical Physics; TPTP) ขึ้น และรวมฟอรัมฟิสิกส์ทฤษฎีระดับนักศึกษาเข้าในกลุ่มใหม่นี้

     "เราจะทำให้โรงเรียนฟิสิกส์ที่นี่ เป็นโรงเรียนฟิสิกส์ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ" เป็นส่วนหนึ่งของประกาศความยาว 10 หน้ากระดาษ A4 ที่ทางกลุ่มประกาศขึ้น ตั้งแต่ตั้งกลุ่มฟิสิกส์ทฤษฎีขึ้น จากนั้นได้รับทุนไปศึกษาฟิสิกส์อีก 5 ปีที่สหราชอาณาจักร ซึ่งระหว่างที่ไปศึกษาต่อ การทำงานของกลุ่มฟิสิกส์ท่าโพธิ์ยังคงเดินหน้าต่อไป โดยอาศัยการติดต่อ-สื่อสารผ่านทางอินเทอร์เน็ต และจัดบรรยายพิเศษเมื่อเขาเดินทางกลับมาเมืองไทย

     ทว่าก็มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นภายในกลุ่มฟิสิกส์ท่าโพธิ์อยู่หลายครั้ง และในปี 2546 ได้เกิด "สำนักเรียนท่าโพธิ์" ขึ้นภายใต้โครงการกิจกรรมวิชาการ กลุ่มฐานของเครือข่ายฟิสิกส์ทฤษฎีท่าโพธิ์ ณ มหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งต่อมาในปี 2549 ได้ยกระดับเป็นสถาบันสำนักเรียนท่าโพธิ์สำหรับฟิสิกส์ทฤษฎีและจักรวาลวิทยา และมี 2 หน่วยวิจัยอยู่ภายใต้สถาบันคือ หน่วยวิจัยฟิสิกส์รากฐานและจักรวาลวิทยา และหน่วยวิจัยทฤษฎีสสารควบแน่น และสถาบันยังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่เป็นทางการ แต่มีรูปแบบการทำงานที่ชัดเจน

     "การสอนของเราเหมือนอาศรมฤาษี เป็น "สถาบัน" เพื่อเน้นการทำวิจัย และเป็น "สำนักเรียน" เพื่อเป็นสภาการศึกษาที่ให้คุณวุฒิเองได้อย่างไม่เป็นทางการ ปริญญานิพนธ์ของสถาบันถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวดและต้องเขียนเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อสร้างคนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพสูงให้กับวงการฟิสิกส์ทฤษฎี รวมทั้งเตรียมความพร้อมในการทำวิจัยระดับนานาชาติ เราหวังผลิตผู้นำทางวิชาการสู่สังคมไทย" ดร.บุรินทร์กล่าว

     ไม่เพียงแค่นักศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัยที่ดั้นด้นไปยังสำนักเรียนท่าโพธิ์ แม้แต่นักเรียน ม.ปลายสนใจกับการศึกษาฟิสิกส์ทฤษฎีในรูปแบบอาศรมฤาษีนี้ เกียรติศักดิ์ เทพสุริยะ คือตัวอย่างของนักเรียน ม.ปลายที่ต่อสายตรงถึงสำนัก แล้วกลายเป็นหนึ่งในคณะทำงาน โดยหน้าที่หลักๆ คือการเขียนเว็บไซต์เผยแพร่ข้อมูลของสำนักเรียนท่าโพธิ์

       นอกจากความพยายามยกระดับการเรียนการสอนฟิสิกส์ในระดับมหาวิทยาลัยแล้ว ทางสถาบันสำนักเรียนท่าโพธิ์ ยังเริ่มโครงการ “สถานีฟิสิกส์ศึกษา” (TPTP Physics Station) ซึ่งเป็นโครงการที่มีเป้าหมาย เพื่อเป็นการถ่ายทอดพื้นฐาน ความรู้ ความเข้าใจ ในแก่นวิชาฟิสิกส์ และปลูกฝังจิตวิญญาณของความเป็นนักฟิสิกส์ให้กับครูและนักเรียนมัธยมในโรงเรียนที่ขาดโอกาส

     สำหรับรูปแบบการถ่ายทอดความรู้นั้น ไม่มุ่งเน้นการสอนแนวติวหรือกวดวิชา และหวังให้โรงเรียนเครือข่ายของโครงการสถานีฟิสิกส์ศึกษา เป็นแกนนำในถ่ายทอด ส่งเสริม และเพิ่มพูนความรู้แก่นของวิชาฟิสิกส์ให้แก่นักเรียนและครูฟิสิกส์ของโรงเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา ที่ตั้งอยู่ใกล้เคียงสำนักฯ ในอนาคต

     ทั้งนี้ โครงการสถานีฟิสิกส์ศึกษาจะคัดเลือกโรงเรียนเข้าร่วมโครงการเพียงปีละ 1 โรงเรียน และคัดเลือกนักเรียนจากระดับชั้น ม.4-5 จำนวน 20-25 คน และครูอีก 3-5 คนเข้าโครงการ จากนั้นจัดโปรแกรมการสอนและกิจกรรมทางวิชาการฟิสิกส์ ตามหลักสูตรประกาศนียบัตรท่าโพธิ์สาขาฟิสิกส์ขั้นต้น แล้วจัดสอนในโรงเรียนที่ได้รับเลือกให้เป็นสถานีฟิสิกส์ตามโปรแกรมอย่างต่อเนื่องตลอดปีรวม 12 ครั้งๆ 2-3 วัน ทั้งนี้การทำงานเป็นลักษณะอาสาสมัครและคณะทำงานต้องออกค่าใช้จ่ายเอง

     “ในปีนี้เองที่เราได้เริ่มโครงการสถานีฟิสิกส์ศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม” ดร.บุรินทร์เล่าและบอกว่าโครงการนี้มี ดร.นัฏพงษ์ ยงรัมย์ นักทฤษฎีสนามควอนตัมจากภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นผู้จัดการโครงการ พร้อมด้วยผู้ร่วมโครงการจากกลุ่มวิจัยฟิสิกส์อิเล็กทรอนิกส์จากภาควิชาเดียวกันเข้าร่วม และสถานีฟิสิกส์ที่หนึ่งซึ่งได้รับการจัดตั้งขึ้นในปีนี้คือ โรงเรียนบางมูลนากภูมิวิทยาคม อ. บางมูลนาก จังหวัดพิจิตร

ระบบภาคการศึกษาของสถาบันสำนักเรียนท่าโพธิ์ แบ่งเป็นเทอมต่างๆ ที่ตั้งชื่อตามผู้มีคุโณปการต่อวงการฟิสิกส์ ซึ่งเป็นผู้ให้กำเนิดวิชานั้นๆ ได้แก่

       "เทอมนิวตัน" มีการเรียนการสอนวิชา “พลศาสตร์”

       "เทอมแมกซ์เวลล์" มีการเรียนการสอนวิชา “พลศาสตร์ไฟฟ้า”

       "เทอมพลังค์" มีการเรียนการสอนวิชา “ทฤษฎีควอนตัม”

       "เทอมโบลต์ชมันน์" มีการเรียนการสอนวิชา “ฟิสิกส์เชิงความร้อน”

       “เทอมไอน์สไตน์” มีการเรียนการสอนวิชา “ทฤษฎีสัมพัทธภาพ”

       สำหรับเทอมนิวตันเป็นภาคบังคับสำหรับนักศึกษาอาคันตุกะที่เข้าศึกษาในระดับวุฒิบัตรท่าโพธิ์ ส่วนคณาจารย์ของสำนักจะเรียกว่า “ทาพาเอียนมาสเตอร์” ส่วนนักศึกษาจะแบ่งเป็น “นิศิษย์วิจัย” ระดับต่างๆ และ “นักเรียนเตรียมทฤษฎี” โดยนักเรียนเตรียมทฤษฎีจะต้อง “สอบข้ามฟาก” ซึ่งเป็นมาตรฐานการสอบของสำนักก่อนปรับนักเรียนเตรียมฟิสิกส์ขึ้นเป็นนิศิษย์วิจัยได้

      ดร.บุรินทร์กล่าวทิ้งท้ายว่า การสร้างระบบการศึกษาแบบสำนักท่าโพธิ์นี้ ไม่ใช่การเจียระไนเพชร แต่เป็นการทำเครื่องปั้นดินเผา เนื่องจากลูกศิษย์ของท่าโพธิ์เป็นเด็กต่างจังหวัดที่มีพื้นฐาน ม.ปลายที่อ่อนแอมาก ดังนั้นสิ่งที่ทำในระบบการศึกษาของสำนักท่าโพธิ์จึงเป็นเหมือนการปั้นดินให้เป็นเครื่องปั้นดินเผา เป็นการพัฒนาเด็กให้ทำประโยชน์ต่อสังคมฟิสิกส์และประเทศ 

     คงไม่สำคัญว่าสถาบันแห่งนี้จะได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการหรือไม่ แต่รูปแบบการทำงานที่ชัดเจนมาตั้งแต่ว่าเป็นสถาบันเพื่อการศึกษาฟิสิกส์ทฤษฎี จึงทำให้อาศรมฤาษีแห่งนี้ยังคงตัวตนต่อไป ตราบเท่าที่ยังคงมีผู้ร่วมสานอุดมการณ์

: ข้อมูลบางส่วนจาก ASTV NEWS

บรรณาธิการ : Webmaster
[แสดงความคิดเห็น] [จำนวนความคิดเห็น 0 ข้อความ]
 
 
Online จำนวน : 1 คน
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์
 
สงวนลิขสิทธิ์ © ตามกฎหมาย, พัฒนาโดย สถานบริการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยนเรศวร